7 แนวทางสรรค์สร้างสู่การพัฒนากิจกรรมเพื่อสังคมที่ยั่งยืน
แปลและเรียบเรียง โดย ปารีณา ประยุกต์วงศ์ เครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากบทความเรื่อง Marriage of Best Practices โดย Brenda Ginsberg Sources: CRO บริษัทใหญ่ๆ ในปัจจุบันต้องตั้งรับกับสถาณการณ์วิกฤตของโลกที่สุดจะคาดเดาว่า ผลกระทบวิกฤตต่างๆ จะเยื้อนกายเข้ามาปะทะธุรกิจของตนเองเมื่อไร และ อย่างไร และ ทิศทางการทำธุรกิจเพื่อสังคมก็เปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่างอย่างไร ทางออกที่ปรากฏชัดของบริษัทในขณะนี้ คือ 1). การมุ่งหาวิธีสร้างพลังและความแข็งแกร่งในการทำกิจกรรมทางสังคม และ หนึ่งในวิธีนั้นก็คือ การสร้างการมีส่วนร่วมกับองค์กรภาคสังคมเพื่อทำให้ผลการสนับสนุนผ่านกิจกรรม CSR ของบริษัทนั้นมีประโยชน์เท่าทวี และ 2) หลายบริษัทมองหาวิธีการประมินระดับการเข้าไปมีส่วนร่วม และ ความร่วมมือกับองค์กรพัฒนา แบบที่เรียกว่าทำงานร่วมกันเสมือนร่วมลงนาวาเดียวกัน เพื่อการพัฒนาให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดีกว่าสำหรับสังคม และ บริษัทอันเป็นที่รักของทุกคน สำหรับสังคมไทย ซึ่งอยู่ในระหว่างทางแห่งการเรียนรู้ที่จะนำ CSR ไปใช้ในวิถีของตนเอง ให้เหมาะกับฐานบริบทของสังคมไทย 7 แนวทางนี้ได้นำมาซึ่ง รูปแบบ วิธีคิด การเลือก ประเด็นการทำงานเพื่อสังคม คำแนะนำ ต่างๆ ที่เป็นช่องทางไปสู่การทำงานกิจกรรมที่สร้างความยั่งยืน […]
เสวนาคนไทย-เดอะเนทเวิร์คฟอรั่ม ครั้งที่ 1 “เป้าหมายของกำไร คุณค่าแห่งความร่วมมือ : กลยุทธ์ CSR บนกระบวนทัศน์ใหม่”
เสวนาคนไทย-เดอะเนทเวิร์คฟอรั่มครั้งที่ 1 “เป้าหมายของกำไร คุณค่าแห่งความร่วมมือ : กลยุทธ์ CSR บนกระบวนทัศน์ใหม่” ที่มา การส่งเสริมให้ธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ได้ดำเนินการเป็นระยะเวลากว่า ๑๐ ปี ทำให้ธุรกิจเริ่มมีความเข้าใจและลงมือปฏิบัติเพิ่มมากขึ้นโดยที่ความรับผิด ชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของภาคธุรกิจนั้น มิได้หมายความถึงภาคธุรกิจเป็นผู้ปฏิบัติภายในองค์กรแต่เพียงลำพังเท่านั้น แต่ภาคธุรกิจจะต้องร่วมมมือกันส่งเสริมและแสดงบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมครอบคลุมไปถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจในทุกด้าน ดังนั้น การผลักดันให้ภาคธุรกิจหันมาดำเนินธุรกิจด้วยการพัฒนาคุณค่าร่วมกับผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย นอกจากจะเป็นการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ให้กับธุรกิจแล้ว ยังช่วยทำให้ธุรกิจสามารถสร้างนวัตกรรมความร่วมมือกับทุกภาคส่วนได้อย่าง สร้างสรรค์รวมทั้งพัฒนาธุรกิจไปสู่ความยั่งยืนทั้งต่อตัวธุรกิจเองและสังคม รอบข้างอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ความยั่งยืนไม่อาจเกิดขึ้นได้ด้วยภาระหน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่เกิดจากการมี ส่วนร่วมของทุกภาคส่วน เดอะเนทเวิร์คฟอรั่มครั้งที่ 1 นี้จะเป็นการเปิดตัวหนังสือ “เป้าหมายของกำไร คุณค่าแห่งความร่วมมือ : กลยุทธ์ CSR บนกระบวนทัศน์ใหม่” และเวที่เสวนาเชิงปฏิบัติการ World Cafe เพื่อนำเสนอ กลยุทธ์ CSR บนกระบวนทัศน์ใหม่ “การสร้างคุณค่าร่วม” เพื่อให้เกิดการบูณาการความคิดสู่การสร้างสังคมแห่งความสุขร่วมกันต่อไป ผู้ร่วมจัด หอการค้าแห่งประเทศไทย มูลนิธิคนไทย หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาคประชาสังคมเพื่อการพัฒนาที่ ยั่งยืน จุดประสงค์ • เพื่อแนะนำ […]
Social Lab
พื้นที Social Lab ที่พัฒนางพื้นที่แห่งการพูดคุยของอาสาสมัครชุมชนเมือง และเป็นห้องทดลองการทำงานเพื่อสังคมของอาสาสมัครในทุกระดับ ตั้งแต่ มาร่วมกิจกรรม มาร่วมช่วยงานอาสา และทดลองพัฒนาโครงการโดยอาสาสมัครเอง เพราะเราะเชื่อ ว่า “พลังที่ยิ่งใหญ่เกิดจากคนตัวเล็ก และในสถานที่เล็กๆ” (คลิกที่นี่)
เครือข่ายจิตอาสาองค์กรธุรกิจแห่งประเทศ
เครือข่ายจิตอาสาองค์กรธุรกิจแห่งประเทศ: เป็นกลุ่มเครือข่ายภาคธุรกิจ และ เป็นสมาชิกของสมาคมเครือข่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นพื้นที่ให้องค์กรธุรกิจที่เป็นสมาชิกและองค์กรธุรกิจที่มีความสนใจ 1.เรียนรู้ CSR (Corporate Social Responsibility) และ CSV (Creating Share Value) 2. แลกเปลี่ยนเรื่องการทำงาน CSR หรือ CSV ระหว่างองค์กรธุรกิจต่างๆ 3. พัฒนาศักยภาพพนักงานองค์กรธุรกิจให้เข้าใจความเชื่อมโยงของตัวเอง องค์กร และ สังคม ผ่านการการพัฒนาตนให้เป็น ฅนพอเพียง (คลิกที่นี่)
Cefe de la Paix : รานกาแฟแบ่งปันเพื่อสันติ
Cefe de la Paix : รานกาแฟแบ่งปันเพื่อสันติ เป็นร้านกิจการเพื่อสังคม ของ The NETWORK สร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับเป็นศูนย์รวมหรือจุดนัดพบกของอาสาสมัคร เพื่อเป็นพื้นที่พูดคุย วางแผนการทำกิจกรรมอาสาต่างๆ (คลิกที่นี่)
คนรักอนุสาวรีย์ชัยฯ
คนรักอนุสาวรีย์ชัยฯ : เครือข่ายที่มาจากการรวมตัวกันของหลายภาคส่วน ได้แ ก่ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และเขตราชเทวีเพื่อทำงารขับเคลื่อนเรื่องราชเทวีโมเดลที่ว่าด้วยการสร้างพื้นที่สีเขียว สร้างพื้นที่ทางเดินเท้าให้ปลอดภัย สร้างร้านอาหารปลอดภัย และจัดการขยะในชุมชนให้เหลือศูนย์ เพื่อเป็นชุมชนเมืองที่น่าอยู่อย่างมีความสุข เพิ่มเติม
ภัยแล้งปี 53 ภัยเงียบที่เราต้องตระหนัก
เรื่อง/ภาพ : สุเจน กรรพฤทธิ์ กลางเดือนมิถุนายน 2553 ขณะที่หลายคนกำลังบิดหัวก็อกเปิดน้ำประปาแล้วใช้น้ำอย่างสบายใจอยู่ในเมือง ใหญ่ปริมาณน้ำในเขื่อนเกือบทุกแห่งของประเทศไทยตกอยู่ในภาวะวิกฤต โดยมีน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับร้อยละ 50 ของทั้งหมด 15 มิถุนายน 2553 กรมชลประทานรายงานว่าปริมาณน้ำในเขื่อนทั้งหมดทั่วประเทศรวมกันคือ 32,787 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยถ้าคิดจากความจุของเขื่อนทั้งประเทศจะเหลือปริมาณน้ำประมาณร้อยละ 47 ขณะที่ปีนี้ฤดูฝนเริ่มต้นช้า ปริมาณน้ำในเขื่อนจึงลดลงอย่างต่อเนื่อง พล.ต.สนั่น ขจรประสาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลเรื่องน้ำของรัฐบาลกล่าวว่าขณะนี้สถานการณ์ น้ำของไทยวิกฤตอย่างยิ่ง หากฝนยังไม่ตกลงมา ปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่จะเหลือใช้ได้อีกเพียง 2 เดือนเท่านั้น โดยในเขื่อนสิริกิติ์ที่ทำหน้าที่ส่งน้ำลงมายังพื้นที่ราบภาคกลางนั้น เหลือปริมาณน้ำกักเก็บเพียงร้อยละ 36 ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 18 ปี ขณะที่เขื่อนที่ใหญ่ที่สุดอย่างเขื่อนภูมิพลเหลือปริมาณน้ำเพียงร้อยละ 32 เท่านั้น “กระทั่งตอนนี้กรุงเทพฯ ต้องดึงน้ำมาจากจังหวัดกาญจนบุรี (ผ่านแม่น้ำแม่กลอง) มาสำรองเพื่อใช้ทำน้ำประปา” พล.ต. สนั่น กล่าวว่ารัฐบาลกำลังตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจเพื่อสำรวจสถานการณ์ภัยแล้งใน พื้นที่ต่างๆ โดยจะมีการทำตารางทำฝนเทียมในแต่ละพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำ สถานการณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือพื้นที่ท้ายเขื่อนป่าสัก เขื่อนที่สามารถกักน้ำจากแม่น้ำป่าสักไว้ได้สูงถึง 960 ล้าน ลูกบาศก์เมตร กลางเดือนมิถุนายน ปริมาณน้ำกักเก็บของเขื่อนแห่งนี้เหลือเพียง […]